ก่อนลงทุนเทคโนโลยีก่อสร้าง: วิธีตรวจสิทธิบัตร ประเมินความคุ้มค่า และเลือกผู้เชี่ยวชาญ

webmaster

건축 시공 분야의 특허 및 기술 - Photorealistic construction innovation scene in Thailand, a Thai civil engineer wearing a hard hat a...

เทคโนโลยีก่อสร้างที่มีสิทธิบัตรอาจช่วยลดเวลา งานซ้ำ และต้นทุนระยะยาว แต่ต้องตรวจขอบเขตสิทธิ ใบอนุญาต การใช้งานจริง และค่าใช้จ่ายให้ครบ คู่มือนี้สรุปเกณฑ์เปรียบเทียบ ขั้นตอนทำงาน และจุดที่ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

건축 시공 분야의 특허 및 기술 관련 이미지 1

เทคโนโลยีก่อสร้างที่มีสิทธิบัตรไม่ควรตัดสินใจจากคำว่า “จดสิทธิบัตรแล้ว” เพียงอย่างเดียว เพราะสิทธิครอบคลุมตามข้อความในข้อถือสิทธิ สถานะสิทธิ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ.

ก่อนซื้อระบบ ใช้วิธีทำงานใหม่ หรือพัฒนาเอง ควรตรวจขอบเขตการใช้งาน ใบอนุญาต และต้นทุนตลอดอายุโครงการให้ครบถ้วน. สำหรับงานที่ต้องส่งมอบหลายไซต์ มีการดัดแปลงวิธีการ หรือเกี่ยวข้องกับวัสดุและระบบเฉพาะทาง การตรวจสอบสิทธิบัตรและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญช่วยให้วางแผนความเสี่ยงได้ชัดขึ้น.

ฝ่ายจัดซื้อควรเปรียบเทียบข้อเสนอโดยรวมค่าติดตั้ง ฝึกอบรม บำรุงรักษา และผลกระทบหากงานล่าช้า ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาซื้อ. การขอใบเสนอราคาจากที่ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์บริหารโครงการก่อสร้างจึงควรเริ่มจากข้อมูลโครงการที่เป็นระบบ.

ดูภาพรวม

  • สิทธิบัตรคุ้มครองตามข้อถือสิทธิ ไม่ได้คุ้มครองเพียงแนวคิดกว้าง ๆ หรือชื่อเรียกของเทคโนโลยี
  • การซื้อวัสดุหรือระบบจากผู้ขาย ไม่ได้หมายความว่าได้รับสิทธิผลิต ดัดแปลง หรือให้ผู้อื่นใช้ เสมอไป
  • ก่อนตัดสินใจ ควรเทียบต้นทุนซื้อ ติดตั้ง ฝึกอบรม บำรุงรักษา และความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ
แนวทาง จุดที่ควรเปรียบเทียบ ความเสี่ยงที่ต้องตรวจ เหมาะกับสถานการณ์ใด
ซื้อเทคโนโลยีสำเร็จรูป ขอบเขตการส่งมอบ การติดตั้ง การอบรม และบริการหลังการใช้งาน สิทธิใช้งานอาจไม่ครอบคลุมการดัดแปลงหรือการใช้ต่อในหลายโครงการ ต้องการเริ่มใช้งานตามระบบของผู้ขาย
ขอใบอนุญาตใช้เทคโนโลยี พื้นที่ ระยะเวลา ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต และเงื่อนไขการใช้งาน อ่านข้อความใบอนุญาตไม่ครบ หรือเข้าใจขอบเขตสิทธิคลาดเคลื่อน ต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะตามเงื่อนไขที่ตกลง
พัฒนาเอง ต้นทุนออกแบบ ทดสอบ หน้างาน และการดูแลต่อเนื่อง วิธีที่พัฒนาหรือดัดแปลงอาจกระทบสิทธิที่มีอยู่ มีความต้องการเฉพาะและพร้อมจัดการเอกสารเชิงเทคนิค
จ้างผู้เชี่ยวชาญ ขอบเขตงานตรวจสอบ เอกสารที่ต้องใช้ และรูปแบบรายงาน ส่งข้อมูลไม่ครบจนการประเมินไม่ตรงกับการใช้งานจริง โครงการมีมูลค่าสูง หลายไซต์ หรือมีเงื่อนไขสัญญาซับซ้อน
Advertisement

สรุปก่อนตัดสินใจ: เทคโนโลยีก่อสร้างแบบใดควรตรวจสิทธิและประเมินต้นทุน

หากเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับวัสดุ วิธีการก่อสร้าง ระบบโครงสร้าง เครื่องมือ เครื่องจักร หรือซอฟต์แวร์ที่มีองค์ประกอบทางเทคนิค ควรเริ่มจากการระบุว่าโครงการจะใช้สิ่งใด ใช้อย่างไร และใช้ที่ใดก่อนเสมอ. จุดนี้ทำให้การตรวจสอบสิทธิบัตร การขอใบเสนอราคา และการเปรียบเทียบผู้ให้บริการมีข้อมูลตั้งต้นที่ชัดเจนขึ้น.

กรณีที่การใช้ของเดิมอาจสร้างความเสี่ยงในโครงการใหม่

การเคยใช้วัสดุ ระบบ หรือวิธีทำงานในโครงการก่อนหน้า ไม่ได้ยืนยันว่าจะใช้ได้อย่างปลอดภัยในทุกโครงการใหม่. ตัวอย่างเช่น มีการเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้ง เปลี่ยนผู้รับเหมา ส่งมอบงานให้ลูกค้าหลายราย หรือขยายการใช้งานไปยังประเทศหรือเขตพื้นที่อื่น. ในกรณีเหล่านี้ควรกลับมาตรวจสถานะสิทธิ ขอบเขตประเทศ และข้อถือสิทธิ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริง.

3 คำถามก่อนซื้อ ใช้ หรือพัฒนาเทคโนโลยี

คำถามแรก: เทคโนโลยีนี้มีองค์ประกอบใดที่ใช้จริงในหน้างาน ทั้งวัสดุ ขั้นตอน เครื่องมือ และซอฟต์แวร์. คำถามที่สอง: สิทธิหรือใบอนุญาตที่ได้รับครอบคลุมการซื้อ ใช้ ติดตั้ง ดัดแปลง หรือส่งต่อเพียงใด. คำถามที่สาม: เมื่อนับค่าติดตั้ง ฝึกอบรม บำรุงรักษา และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังเหมาะกับแผนงานหรือไม่.

Advertisement

แยกสิทธิบัตรออกจากเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และความลับทางการค้าในงานก่อสร้าง

การเรียกเอกสารทุกชนิดว่า “สิทธิในเทคโนโลยี” อาจทำให้ฝ่ายโครงการตกลงเงื่อนไขไม่ครบ. สิทธิบัตรเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ ขณะที่เครื่องหมายการค้ามักเกี่ยวกับชื่อหรือเครื่องหมายที่ใช้แยกสินค้าและบริการออกจากกัน. ลิขสิทธิ์และความลับทางการค้าก็มีบทบาทต่างกัน จึงควรระบุให้ชัดว่าสิ่งที่ซื้อหรือได้รับอนุญาตคืออะไร.

สิ่งที่มักพบในวัสดุ ระบบ และวิธีการหน้างาน

ในงานก่อสร้าง เทคโนโลยีอาจอยู่ในสูตรหรือคุณลักษณะของวัสดุ ระบบประกอบชิ้นส่วน วิธีติดตั้ง ระบบโครงสร้าง เครื่องมือ เครื่องจักร หรือซอฟต์แวร์สำหรับงานเทคนิค. เอกสารขายอาจเน้นผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ แต่การพิจารณาสิทธิต้องดูรายละเอียดของวิธีใช้และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับข้อถือสิทธิด้วย.

เหตุใดการมีเอกสารการขายจึงไม่เท่ากับมีสิทธิใช้งานครบถ้วน

ใบเสนอราคา แค็ตตาล็อก หรือเอกสารการขายช่วยอธิบายสินค้าและบริการได้ แต่ไม่ได้แทนที่ข้อตกลงเรื่องสิทธิใช้งาน. การซื้อจากผู้ขายจึงอาจครอบคลุมเพียงการรับสินค้าและใช้ตามเงื่อนไขหนึ่ง ไม่ได้รวมสิทธิในการผลิตซ้ำ ดัดแปลงระบบ หรือให้ผู้รับเหมาช่วงใช้ต่อ. ก่อนลงนาม ควรถามให้ตรงว่าใครใช้ได้ ใช้ในโครงการใด ใช้ได้กี่กรณี และมีข้อจำกัดอะไร.

Advertisement

เปรียบเทียบทางเลือก: ซื้อระบบ ขอใบอนุญาต พัฒนาเอง หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ

ไม่มีทางเลือกใดเหมาะกับทุกโครงการ. การซื้อระบบสำเร็จรูปอาจทำให้เริ่มงานได้ตามรูปแบบที่ผู้ขายกำหนด ขณะที่การขอใบอนุญาตอาจเหมาะเมื่อจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะ. การพัฒนาเองให้ความยืดหยุ่นกับความต้องการของโครงการ แต่ต้องเตรียมการออกแบบ ทดสอบ และการตรวจสิทธิที่เกี่ยวข้อง. ส่วนการจ้างที่ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญาหรือผู้เชี่ยวชาญเทคนิคช่วยจัดระเบียบประเด็นที่ซับซ้อนก่อนทำสัญญา.

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ต้นทุนระยะยาว และความเสี่ยง

การเปรียบเทียบควรแยกเป็นอย่างน้อย 3 ชั้น คือ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น เช่น การซื้อ ออกแบบ หรือเตรียมเอกสาร, ต้นทุนระยะยาว เช่น การบำรุงรักษาและการฝึกอบรม, และ ต้นทุนความเสี่ยง เช่น งานแก้ไขหรือความล่าช้าของโครงการ. เมื่อขอใบเสนอราคาก่อสร้างหรือข้อเสนอจากผู้ให้บริการ ควรใช้รายการเปรียบเทียบชุดเดียวกันเพื่อดูความต่างอย่างเป็นธรรม.

วิธีประเมินความคุ้มค่าจากเวลาแรงงาน คุณภาพ และการบำรุงรักษา

อย่าดูเฉพาะราคาที่เสนอในวันแรก. ให้พิจารณาว่าเทคโนโลยีต้องปรับแบบมากน้อยเพียงใด ต้องใช้แรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมหรือไม่ มีขั้นตอนทดสอบก่อนติดตั้งจริงหรือเปล่า และผู้ใดรับผิดชอบเมื่อระบบต้องบำรุงรักษา. ซอฟต์แวร์บริหารโครงการก่อสร้างอาจช่วยรวมข้อมูลกำหนดการ เอกสาร และผู้รับผิดชอบได้ แต่ต้องตรวจความเหมาะสมกับขั้นตอนทำงานของทีมด้วย.

Advertisement

ขั้นตอนตรวจสอบก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้ในโครงการจริง

การตรวจสอบที่ดีควรเริ่มก่อนสั่งซื้อ ก่อนเริ่มผลิตชิ้นส่วน และก่อนนำวิธีการใหม่เข้าสู่หน้างาน. เป้าหมายไม่ใช่การสรุปล่วงหน้าว่ามีหรือไม่มีการกระทบสิทธิ แต่คือการรวบรวมข้อเท็จจริงให้เพียงพอสำหรับตัดสินใจและกำหนดผู้รับผิดชอบ.

รวบรวมข้อมูลเทคนิค ขอบเขตการใช้งาน และเอกสารจากผู้ขาย

จัดทำรายการชื่อระบบ รุ่น วัสดุ แบบก่อสร้าง ขั้นตอนติดตั้ง เครื่องมือที่ใช้ และโครงการที่จะนำไปใช้. ขอเอกสารเกี่ยวกับขอบเขตการส่งมอบ เงื่อนไขบริการ คู่มือการใช้งาน และข้อความเกี่ยวกับใบอนุญาตจากผู้ขาย. หากมีการใช้ผู้รับเหมาช่วง ควรระบุบทบาทของแต่ละฝ่ายไว้ตั้งแต่ต้น.

ตรวจสถานะสิทธิ ข้อถือสิทธิ และเงื่อนไขใบอนุญาต

การตรวจสิทธิบัตรควรพิจารณาสถานะสิทธิ ประเทศหรือเขตพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และข้อความในข้อถือสิทธิ. ไม่ควรสรุปจากชื่อสิทธิบัตร ชื่อผลิตภัณฑ์ หรือคำกล่าวอ้างทางการตลาดเพียงอย่างเดียว. หากโครงการมีความสำคัญต่อการส่งมอบงานหรือมีการใช้งานซ้ำหลายไซต์ การเปรียบเทียบบริการตรวจสอบสิทธิบัตรและที่ปรึกษาทรัพย์สินทางปัญญาอาจช่วยให้เลือกขอบเขตงานตรวจที่เหมาะสมได้.

บันทึกการอนุมัติและความรับผิดชอบไว้ในสัญญาโครงการ

ควรจัดเก็บเอกสารใบอนุญาต สัญญา เอกสารทางเทคนิค และบันทึกการอนุมัติอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการที่ส่งมอบให้ลูกค้าหลายราย. ในสัญญาควรระบุให้ชัดว่าใครจัดหาเทคโนโลยี ใครมีหน้าที่ตรวจเอกสาร ใครรับผิดชอบการติดตั้ง และกระบวนการดำเนินการเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง.

Advertisement

건축 시공 분야의 특허 및 기술 관련 이미지 2

ความผิดพลาดที่ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการควรหลีกเลี่ยง

หลายปัญหาไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีไม่ดี แต่เริ่มจากการกำหนดขอบเขตไม่ชัดและเก็บเอกสารไม่ครบ. การแยกประเด็นสิทธิ ต้นทุน และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตั้งแต่ระยะจัดซื้อ ช่วยให้การตัดสินใจโปร่งใสกว่าแก้ไขหลังเริ่มงาน.

ตัดสินใจจากราคาซื้อโดยไม่คิดค่าติดตั้งและค่าฝึกอบรม

ราคาซื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุน. หากระบบต้องปรับแบบ ทดสอบ ติดตั้ง ฝึกอบรม หรือดูแลบำรุงรักษาเพิ่มเติม ต้นทุนจริงของโครงการอาจเปลี่ยนไปได้. จึงควรขอให้ผู้ขายแยกรายการงานและเงื่อนไขการสนับสนุนให้เห็นชัดเจน.

ใช้วิธีการก่อสร้างที่ดัดแปลงโดยไม่มีการตรวจขอบเขตสิทธิ

การดัดแปลงไม่ได้แปลว่าไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้อื่นโดยอัตโนมัติ. หากมีการเปลี่ยนขั้นตอน หน้าตาระบบ หรือวัสดุบางส่วน ควรเก็บรายละเอียดทางเทคนิคไว้เพื่อใช้ประกอบการตรวจข้อถือสิทธิและเงื่อนไขการใช้งาน. การประเมินต้องอาศัยเอกสารและข้อเท็จจริงของโครงการ ไม่ควรตัดสินจากความคล้ายหรือไม่คล้ายด้วยสายตา.

ปล่อยให้สัญญาไม่ระบุผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดข้อพิพาท

สัญญาที่ระบุเพียงชื่อสินค้าแต่ไม่ระบุสิทธิใช้งาน เอกสารอ้างอิง และความรับผิดชอบ อาจทำให้แต่ละฝ่ายเข้าใจไม่ตรงกัน. ควรเชื่อมรายการเทคโนโลยี เงื่อนไขใบอนุญาต และขั้นตอนการอนุมัติเข้ากับเอกสารโครงการให้ตรวจสอบย้อนหลังได้.

Advertisement

เลือกแนวทางให้เหมาะกับโครงการ: สรุปเกณฑ์เปรียบเทียบก่อนขอราคา

โครงการขนาดเล็กที่ใช้ระบบทั่วไปอาจเริ่มจากการขอเอกสารสิทธิและเงื่อนไขใช้งานจากผู้ขายให้ครบ. งานเฉพาะทางที่มีการออกแบบหรือดัดแปลงมาก ควรเพิ่มการตรวจเอกสารทางเทคนิคและขอบเขตสิทธิให้ละเอียดขึ้น. ส่วนโครงการที่ทำซ้ำหลายไซต์หรือส่งมอบแก่ลูกค้าหลายราย ควรให้ความสำคัญกับการจัดเก็บสัญญา ใบอนุญาต และลำดับการอนุมัติอย่างเป็นระบบ.

โครงการขนาดเล็ก งานเฉพาะทาง และโครงการที่ทำซ้ำหลายไซต์

โครงการขนาดเล็ก ควรเน้นความชัดเจนว่าใช้สินค้าและบริการอะไร ภายใต้เงื่อนไขใด. งานเฉพาะทาง ควรเตรียมแบบ รายละเอียดวิธีทำงาน และข้อมูลการดัดแปลงเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินได้ตรงประเด็น. โครงการหลายไซต์ ควรมีระบบกลางสำหรับติดตามว่าไซต์ใดใช้เทคโนโลยีใด ภายใต้เอกสารชุดใด และใครเป็นผู้อนุมัติ.

เช็กลิสต์สำหรับขอใบเสนอราคาที่ปรึกษาและผู้ให้บริการเทคโนโลยี

เตรียมรายการต่อไปนี้ก่อนขอใบเสนอราคา: รายละเอียดเทคโนโลยีหรือระบบที่จะใช้, แบบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง, รายชื่อโครงการหรือพื้นที่ใช้งาน, ข้อมูลการดัดแปลงที่คาดไว้, เอกสารจากผู้ขาย, และคำถามเรื่องสิทธิใช้งานที่ต้องการคำตอบ. การส่งข้อมูลครบตั้งแต่ต้นช่วยให้เปรียบเทียบขอบเขตบริการของที่ปรึกษาและผู้ให้บริการเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น.

Advertisement

เกณฑ์เลือกและสรุปเปรียบเทียบ

ก่อนเลือกทางใดทางหนึ่ง ให้ตรวจ 5 เรื่อง: หนึ่ง เทคโนโลยีมีองค์ประกอบทางเทคนิคใดบ้าง, สอง จะใช้ในประเทศหรือเขตพื้นที่ใด, สาม ใบอนุญาตครอบคลุมการใช้ ดัดแปลง หรือส่งต่อหรือไม่, สี่ ต้นทุนตลอดอายุโครงการรวมอะไรบ้าง, และ ห้า สัญญาระบุผู้รับผิดชอบไว้ชัดเจนเพียงใด. เตรียมรายการเอกสารก่อนขอใบเสนอราคาที่ปรึกษา เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและเปรียบเทียบบริการได้ตรงกับโครงการมากขึ้น.

Advertisement

บทส่งท้าย

เทคโนโลยีก่อสร้างที่ดีสำหรับโครงการหนึ่ง อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับอีกโครงการหนึ่ง หากขอบเขตสิทธิ เงื่อนไขใบอนุญาต และต้นทุนการใช้งานต่างกัน. การตัดสินใจที่รอบคอบควรเริ่มจากข้อมูลเทคนิคที่ชัดเจน แล้วจึงเปรียบเทียบทางเลือกด้านจัดซื้อ การขออนุญาตใช้ การพัฒนา และการจ้างผู้เชี่ยวชาญ. การเก็บเอกสารเป็นระบบยังช่วยให้ทีมโครงการติดตามหน้าที่และเงื่อนไขได้ต่อเนื่อง.

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

• ชื่อผลิตภัณฑ์หรือข้อความว่า “มีสิทธิบัตร” ไม่เพียงพอสำหรับยืนยันขอบเขตสิทธิ
• สถานะ เจ้าของสิทธิ และผลบังคับใช้ของสิทธิบัตรแต่ละรายการต้องตรวจจากข้อมูลปัจจุบัน
• เอกสารขายกับข้อตกลงใบอนุญาตอาจมีวัตถุประสงค์ต่างกัน
• ซอฟต์แวร์บริหารโครงการก่อสร้างช่วยจัดเอกสารได้ แต่ไม่แทนการตรวจเงื่อนไขสิทธิและสัญญา

ข้อควรระวังสำคัญ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือคำแนะนำวิศวกรรมสำหรับโครงการใดโดยเฉพาะ. ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเทคโนโลยีหรือวิธีการใดกระทบสิทธิบัตรหรือไม่ หากยังไม่ได้ตรวจเอกสาร ข้อถือสิทธิ สถานะสิทธิ และข้อเท็จจริงของการใช้งานจริง. ค่าใช้จ่ายสำหรับการจดทะเบียน ใบอนุญาต หรือที่ปรึกษาแตกต่างตามประเภทงาน ขอบเขตประเทศ และผู้ให้บริการ จึงควรขอรายละเอียดเป็นกรณีไป.

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ผู้รับเหมาจำเป็นต้องตรวจสิทธิบัตรก่อนใช้วัสดุหรือวิธีการก่อสร้างใหม่ทุกครั้งหรือไม่?

A1. ความจำเป็นขึ้นกับลักษณะเทคโนโลยี วิธีใช้ ขอบเขตโครงการ และเอกสารที่มีอยู่ แต่หากเป็นวัสดุ ระบบ หรือวิธีการที่มีองค์ประกอบทางเทคนิคและมีการใช้ในโครงการสำคัญ ควรตรวจข้อมูลสิทธิ สถานะ และเงื่อนไขการใช้งานก่อนตัดสินใจ. การใช้สิ่งที่พบอยู่ในตลาดไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ.

Q2. ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสิทธิและขอคำปรึกษาเหมาะกับโครงการประเภทใด?

A2. มักควรพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับโครงการที่มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง มีการดัดแปลงระบบ มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ส่งมอบงานให้ลูกค้าหลายราย หรือมีผลกระทบสูงหากโครงการล่าช้า. ขอบเขตบริการและค่าใช้จ่ายต้องขอใบเสนอราคาตามข้อมูลจริงของโครงการ.

Q3. หากซื้อระบบก่อสร้างจากผู้ขายแล้ว สามารถนำไปดัดแปลงหรือใช้กับทุกโครงการได้หรือไม่?

A3. ไม่ควรสรุปเช่นนั้นโดยอัตโนมัติ. การซื้อระบบอาจไม่ได้รวมสิทธิในการผลิต ดัดแปลง หรือให้บุคคลอื่นใช้ต่อเสมอไป. ควรตรวจสัญญา เงื่อนไขใบอนุญาต ขอบเขตโครงการ และพื้นที่ใช้งานก่อนนำระบบไปใช้ในรูปแบบอื่น.